
ธูปพยากรณ์หนึ่งเดียวในโลก ออร่า(aura) ตอน ทำไมจึงเรียกว่าออร่า (aura)...

สวัสดีค่ะ ท่านผู้ชม วันนี้อาจารย์นำ เรื่องเฉพาะของ ออร่า(aura) หลังจากที่บทความ แสงออร่า(aura) แสงกายทิพย์มนุษย์ ได้ออกมาโดยเฉพาะเรื่องกรรมทำแท้งเด็ก หรือการสร้าง แสงออร่า(aura) แสงกายทิพย์เด็กถูกทำแท้ง(บทความเรื่อง กรรมทำแท้งเด็ก หาอ่านได้ที่ http://www.promdeva/ .com) วันนี้มีหลายๆท่านที่ให้ความสนใจ คำว่า ออร่า(aura) คืออะไร และทำไมจึงเรียกว่า ออร่า(aura) ปัจจุบันนี้เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่า ....
ออร่า(aura) คือรังสีแสงที่แผ่กระจายออกจากร่างกายของมนุษย์ ซึ่งมีอยู่จริง และทุกๆคนมักเรียกว่า ออร่า (aura) พร้อมกับมีการประดิษฐ์กล้องพิเศษขึ้นมาเพื่อถ่าย แสงออร่า(aura)กัน
ซึ่งในแต่ละบุคคลจะได้ภาพที่มีสีที่แตกต่างกันออกไป แม้ว่าออร่า(aura) จะเป็นแสงที่ถูกถ่ายจนมองเห็นเป็นภาพอย่างไรก็ตาม มีน้อยคนนักที่เข้าใจถึงพลังอำนาจ ของออร่าอาจารย์คงไม่ได้ต้องการพูดสิ่งที่เพ้อเจ้อ แต่กำลังพูดถึง ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เรียกว่า ออร่า(aura) เพียงแต่ท่านรู้จักวิธีนำประโยชน์ ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อมนั้นทำอย่างไร....
ขอให้ลองนึกถึง บุคคลที่มีแสงออร่า(aura)ที่โดดเด่น เช่น ดาราซูเปอร์สตาร์ที่ท่านชื่นชอบ ผู้นำประเทศที่ท่านชื่นชม หรือผู้นำองค์การที่ท่านรู้จัก ถ้าท่านมีโอกาสได้พบปะคนใกล้ชิดกับบุคคลเหล่านี้ ท่านจะสัมผัสได้ถึงพลังของออร่า(aura) ที่มีอำนาจพิเศษบางอย่างในตัวของพวกเขา และจะได้รับรู้ถึงความกระปรี้กระเปร่า ความมีชีวิตชีวา ความเข้มแข็ง ความมีอิทธิพลโน้มน้าวใจ ความมุ่งมั่น ความมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ความผ่องใสมีชีวิตมีสง่าราศี ซึ่งอำนาจของออร่า(aura)มีความสำคัญกับชีวิตของทุกๆท่านมากมายอย่างหาค่ามิได้ ที่ทำให้ชีวิตของเรานั้นประสบความสำเร็จ
พระพุทธเจ้ามีรังสี ออร่า (aura)ส่วนตัวเต็มเปี่ยม....
ขอให้ท่านลองจินตนาการย้อนไปสมัยพุทธกาล ถ้าท่านนึกไม่ออกว่าพระพุทธเจ้า มีแสงออร่า(aura)ส่วนตัวมากมายมหาศาลขนาดไหน ขอให้ลองนึกถึงศิลปะบูชาของพระองค์ในปัจจุบัน ความผ่องใสของพระองค์มีมากจนขนาดที่ว่า ศิลปินผู้วาดภาพพระองค์นำสิ่งที่เรียกว่า ออร่า(aura) มาวาดเป็นรังสีแสงออร่าล้อมรอบกายพระองค์ และรังสีออร่า แห่งปัญญาของพระองค์ได้แผ่กระจายออกไป
แต่สำหรับพวกเรา ขอให้มีพลังรังสีออร่า(aura)ส่วนตัวเป็นเศษแค่เสี้ยวหนึ่งของพระพุทธเจ้า และพวกเราก็ยังทำเรื่องมหัศจรรย์ได้มากมายแล้ว แน่นอนว่า...พวกท่านส่วนใหญ่ก็จะมีรังสีออร่า(aura) ส่วนตัวมีโอกาสขยายให้กว้างใหญ่ได้มากเช่นกัน ท่านอาจไม่มีบุคลิกภาพที่ไม่โดดเด่น ไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ไม่มีความมุ่งมั่นแรงกล้า ขาดความปรารถนาที่หนักแน่นมั่นคง ท่านอาจมีบุคลิกภาพที่โดดเด่นในทางลบ นำแรงจูงใจเป้าหมาย และความปรารถนาในทางผิด สร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น สร้างความเกรงกลัว ยำเกรง ให้กับผู้ที่ติดต่อปฏิสัมพันธ์ด้วย หรือท่านอาจมีบุคลิกภาพในแบบที่คนอื่นไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากพูดคุยติดต่อด้วย เพราะเป็นคนที่ไม่มีชีวิตชีวา มองโลกในแง่ร้าย ไม่มีความสุข เหมือนต้นไม้ที่เฉาใกล้ตาย...
ธรรมชาติของชีวิตมนุษย์เกี่ยวโยง กับ ออร่า(aura)เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติของชีวิตกันสักนิด เพื่อได้เข้าใจว่าออร่า(aura)เกิดได้อย่างไร... ในตอนที่ไข่ปฎิสนธิกับอสุจินั้น จะมีวิญญาณเข้าร่วมปฏิสนธิด้วย
ชีวิตจึงกำเนิดขึ้นมาได้ สมอง (ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของจิตใจ ความคิด ความรู้สึก จินตนาการ และอารมณ์ต่างๆ) และร่างกายนั้น จึงมีวิญญาณประสานอยู่ร่วมกัน โดยประสานรวมอยู่ในเซลล์ทุกๆเซลล์ วิญญาณจึงเป็นพลังงานที่ขับเคลื่อนให้เซลล์แต่ละเซลล์มีชีวิตอยู่ได้
ถ้าไม่มีวิญญาณ ชีวิตก็เกิดขึ้นไม่ได้
นี้คือสภาวะของการดำรงอยู่ของสิ่งที่มีชีวิต ซึ่งวิญญาณนี้ได้ถือเป็นพลังงานแสงออร่า(aura)ที่กำเนิดขึ้นมาพร้อมกับชีวิตเซลล์เดียวในตอนเริ่มแรกของชีวิตและพัฒนาต่อๆกันมาจึงกลายเป็น
แสงออร่า(aura) ที่สมบูรณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง ณ.ที่นี้ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ขอเพียงแต่ให้ท่านตั้งใจแน่วแน่ที่จะเข้าใจ และเริ่มพัฒนา รักษาให้แสงออร่า(aura) ในตัวท่าน มีพลัง
แสงออร่า(aura) พร้อมที่ดึงดูดความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เข้ามาสู่ชีวิตได้ง่าย.ท่านจะต้องเข้าใจว่า รังสีออร่า นั้นมีจริง ...

บทความต่อไปนั้น อาจารย์จะเขียนถึง แสงออร่า(aura) มีประโยชน์กับชีวิตของเรามากเพียงไร และจะฝึกให้เกิดพลังออร่าได้อย่างไร ขอให้ติดตามต่อไปน่ะค่ะ หวังว่าบทความ ออร่า(aura)สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับชีวิตของทุกๆท่านได้ตลอดไป.......
ด้วยรักและปรารถนาดีอย่างจริงใจ
ออร่า(aura).... ตอน ทำไม จึงเรียกว่า ออร่า (aura)...
Master Antiga Ariyachawul…













































No comments:
Post a Comment