โดย ธูปพลังจิตจักรวาล...เทียนพลังทิพย์
อาจารย์ อันติกา อริยชวัล

หลังจากได้มีคำถามกันเข้ามามากมาย เกี่ยวกับการสร้างแสงกายทิพย์ และการป้องกันแสงให้อยู่กับตัวเราได้ตลอดไป...
เนื่องจากว่าสภาวะของคนเราทุกคนประสบการสูญเสียพลังให้กับผู้อื่นหรือสถานการณ์แวดล้อม เช่น หลังจากคุยโทรศัพท์แล้วจะรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง หรือหลังจากคุยกับใครสักคนเรารู้สึกเหนื่อยใจเช่นกัน นี้แหละค่ะ ว่าเรารู้สึกสูญเสียพลังไปทั้งหมด รู้สึกปวดท้อง รู้สึกปวดหัว เป็นต้น
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการสูญเสียพลังในตัว เพราะคนบางคนจะดึงดูดหรือดูดพลังของผู้อื่น เหตุที่เกิดการดูดพลังกัน เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ค่อยรู้ตัว ในหลายกรณีเป็นการใช้พลังแสงกายทิพย์ของเราเพื่อเสริมให้กับคนใกล้ชิดมากกว่าที่เขาจะสร้างได้เอง เช่น เขาจะรู้สึกว่าเมื่อพูดคุยกับเราหรืออยู่กับเราแล้ว เขารู้สึกดีขึ้น นี้แหละค่ะ เป็นการส่งพลังแสงกายทิพย์ ของเราให้กับเขา ถ้าเขาอยากจะคุยกับเราเรื่อยๆไป แต่เราก็ไม่ยอมให้เขาทำกับเราเช่นนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องโทษเขาที่มาดูดพลังแสงของเรา เหมือนค้างคาวดูดเลือด หรือบอกเขาว่า ต่อไปเราจะไม่พูดกับเขาอีก เพราะเขาจะต้องมาดูดพลังของเราไป ถ้าเราทำเช่นนี้ เขาคงคิดว่าเราไม่ชอบขี้หน้าเขา แล้วปัญหาของเราก็หมดไปด้วยการที่เขาไม่พูดกับเราอีกต่อไป แต่ลึกๆแล้วไม่ใช่ว่าเราไม่อยากคุยกับเขา เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักพลังที่มองไม่เห็นนี้ โทษใครไม่ได้เลยค่ะ...
อย่างไรก็ตามถ้าเราคิดอย่างนี้ ต่อไปก็ไม่สามารถทำงาน หรือติดต่อกับใครได้เลย การแก้ไขสถานการณ์โดยไม่พูดเรื่องนี้ง่ายกว่า อาจารย์จะสอนให้เราควบคุมพลังแสงกายทิพย์ เพื่อสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น วิธีที่ใช้ดีที่สุด คือ การปิดวงจรพลังของเราเสียน่ะค่ะ... เพราะเรามีกระแสพลังไหลเวียนผ่านร่างกายและรอบตัวภายในแสงกายทิพย์ของเราได้ เพื่อป้องกันไม่ให้พลังของเราถูกดึงออกไปข้างนอก และไม่ให้แสงกายทิพย์ของเราเสียสภาพแสงที่ดี
ขอให้คุณดูรูปภาพนี้น่ะค่ะ จะเห็นว่าเป็นการนั่งไขว่ข้อเท้าและนำนิ้วมือแตะเข้าหากัน (ขอให้นำนิ้วชี้และนิ้วโป้งแตะให้ชิดกันเหมือนรูปสามเหลี่ยม) วรจรของพลังแสงกายทิพย์ของเราก็จะได้ปิดลงได้ พลังของเราก็จะไม่ออกไปข้างนอกได้หรือให้ใครมาดึงดูดพลังของเราออกไปได้
เมื่อเราพบเจอกับคนที่มีการดูดพลังอีก ขอให้ทำท่านี้เอาไว้ โดยเพียงแต่วางมือบนตัก แตะปลายนิ้วเข้าหากันและไขว้ข้อเท้า ซึ่งเป็นท่าที่ทำง่ายๆและสบายๆ และคนอื่นก็ไม่สงสัยด้วย .... และถ้าคุณป้องกันพลังแบบนี้ คุณจะได้ยินการพูดวิพากษ์วิจารณ์จากคนที่เขาไม่สามารถดูดพลังทำให้จิตใจของคุณเศร้าหมอง กังวลใจไปกับเขา เช่น เขามักพูดว่า “เธอไม่ดีกับฉัน” “เธอไม่เปิดกว้างอย่างที่เคย” “ฉันว่าเธอโกรธฉันอยู่น่ะ”เมื่อเขาอยู่เหนือเราไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดกับเราอย่างไร เราก็ไม่วิตกกังวลไปกับคำพูดของเขา เพราะถ้าจิตใจของเราเป็นปกติ ไม่กังวลกับคำพูดของคนที่เข้ามาดูดพลัง ทำให้เราวิตกกังวลไม่ได้แสดงว่าเราสามารถที่จะควบคุมพลังแสงกายทิพย์ได้ดีขึ้น...
แต่ว่าการสร้างแสงกายทิพย์นั้น ถึงอย่างไรพลังแสงก็จะต้องโดนดึงดูดไปกับสภาวะแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลต่างๆ แสง เสียง อากาศทั้งหมดก็มีส่วน
สังเกตได้จากถ้าเราเดินอยู่ในสวนที่มีต้นไม้ ดอกไม้เรารู้สึกสดชื่น สบายใจ แต่ถ้าเราทำงานที่มีผู้คนมีจิตใจต่อสู้ ชิงดีชิงเด่นกัน พลังคอมพิวเตอร์ ทำให้แสงกายทิพย์ของเราสูญสิ้นได้หมดเหมือนกัน เพราะแม้ว่าเราจะป้องกันตามข้างต้นแล้ว

รูจมูกและทางเดินลมหายใจมีขนเพื่อกรองอากาศ และยังทำให้อากาศอุ่นขึ้นด้วยเยื่อเมือก เพื่อปรับให้อากาศมีสภาพเหมาะกับปอดซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบาง การหายใจเข้าจึงเป็นการเสริมพลังให้กับแสงกายทิพย์ของเราได้อย่างดี..

สรุปได้ว่าการป้องกันพลังแสงกายทิพย์ของเรา หลักสำคัญก็คือต้องมีสติในการพูด การคิด ความรู้สึกตลอดน่ะค่ะ ถ้าเรารู้สึกกับเขาคนนั้นไม่ดีแล้ว แสดงให้เห็นว่าแสงกายทิพย์ได้บอกอะไรให้เรารู้สึกๆในใจ ขอจงเชื่อความรู้สึกภายในจิตใจของตัวเองเถิดค่ะ เพราะไม่แปลก ไม่ใช่ว่าคุณมองใครในแง่ร้าย เพราะแสงของเขาที่สะท้อนให้เราเห็นบรรยายเป็นภาพได้เลยค่ะ
อาจารย์หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังรักษาแสงกายทิพย์ ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกับพลังกายแสงที่ให้มากๆน่ะค่ะ....
ด้วยรักและปราถนาดี
ธูปพลังรัก อาจารย์อันติกา อริยชวัล...
Copyright article from www.promdeva.com.
No comments:
Post a Comment